ครีมกันแดด, ความต้องการของผิว
การปกป้องผิวจากแสงแดดเป็นสิ่งสำคัญเสมอ แม้ในฤดูหนาว
หลายคนเชื่อว่าแสงแดดในฤดูหนาวไม่เป็นอันตรายต่อผิว แต่ความจริงแล้วไม่ใช่เลย ต่อไปนี้คือเหตุผลและวิธีป้องกันที่ถูกต้อง
เราได้เรียนรู้กันแล้วว่าการปกป้องผิวจากแสงแดดสำคัญกว่าการอาบแดดเสียอีก เราจึงควรเลือกใช้ครีมกันแดดให้เหมาะกับโทนสีผิว (Phototype) ค่อย ๆ รับแดดทีละน้อย หลีกเลี่ยงการออกแดดระหว่างเวลา 10.00 – 16.00 น. ที่รังสีดวงอาทิตย์ทำมุมตั้งฉากและรุนแรงที่สุด
ปัญหาคือ เรามักทำสิ่งเหล่านี้เฉพาะในฤดูร้อน แต่พอถึงฤดูหนาว เมื่ออากาศเย็นและแดดเหมือนจะอ่อนลง เรากลับละเลยการป้องกัน ทั้งที่จริงแล้วแสงแดดไม่ได้หายไปไหน เพียงแต่ส่งผลต่อผิวโดยที่เราไม่ทันรู้ตัว
แสงแดด: เป็นสิ่งจำเป็น
แม้จะมีความเสี่ยง แต่แสงแดดยังคงมีความสำคัญต่อสุขภาพกายและใจของเรา เพราะนอกจากจะให้ความอบอุ่นแล้ว ยังมีประโยชน์หลักอย่างน้อย 3 ประการ
แสงแดดช่วยปรับอารมณ์
แสงแดดกระตุ้นการหลั่งเซโรโทนิน หรือที่เรียกว่า ฮอร์โมนแห่งความสุข ระดับเซโรโทนินต่ำมีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้า นอนไม่หลับ และความดันโลหิตสูง
แสงแดดกระตุ้นการสร้างเมลานิน
เมลานินคือเกราะป้องกันผิวชั้นแรก โดยช่วยสร้างสีผิวเพื่อปกป้องจากแสงแดด กระบวนการนี้ถูกกระตุ้นโดยรังสี UV โดยเฉพาะรังสี UVA
แสงแดช่วยในการสังเคราะห์วิตามินดี
วิตามินดี (จริง ๆ แล้วเป็นฮอร์โมน) มีบทบาทสำคัญในการเสริมแร่ธาตุให้กระดูกและฟัน รวมถึงช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน องค์การอนามัยโลกแนะนำให้ได้รับแสงแดดอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน สัปดาห์ละ 3 ครั้ง เพื่อหลีกเลี่ยงการขาดวิตามินดี
ถ้าแสงแดดมีประโยชน์มากขนาดนี้ ทำไมเรายังคงพูดถึงอันตรายของมัน? คำตอบอยู่ที่ “รังสีอัลตราไวโอเลต” (UV Rays) และผลกระทบที่มีต่อผิว
รังสี UV คืออะไร และส่งผลอย่างไร?
ประมาณ 10% ของพลังงานจากดวงอาทิตย์คือรังสี UV ซึ่งตามความยาวคลื่นแบ่งออกเป็น UVA, UVB และ UVC แม้ UVC จะอันตรายมากแต่ชั้นบรรยากาศโลกกรองออกไปหมดแล้ว เหลือเพียง UVA และ UVB ที่กระทบต่อผิวและดวงตาของเรา
UVA มีความยาวคลื่นสูง สามารถแทรกซึมลึกถึงชั้นหนังแท้และทำลายไฟโบรบลาสต์ ซึ่งเป็นเซลล์สร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวสูญเสียความยืดหยุ่นและเกิดริ้วรอย (80% ของริ้วรอยเกิดจากรังสีชนิดนี้)
UVB มีความยาวคลื่นสั้น กระทบแค่ชั้นหนังกำพร้า เป็นสาเหตุหลักของการไหม้แดด และในกรณีรุนแรงอาจก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนังชนิดเมลาโนมา
ทำไมรังสียูวีถึงอันตรายแม้ในฤดูหนาว?
แม้จะฟังดูขัดแย้ง แต่รังสีจากดวงอาทิตย์มักจะอันตรายกว่าในหน้าหนาวมากกว่าหน้าร้อน สาเหตุแรกคือเรามักจะประเมินพลังของแสงแดดต่ำไปและลดความระมัดระวังลง แต่ยังมีอีกอย่างน้อย 3 เหตุผลหลัก:
เราไม่รู้สึกว่าแดดทำร้ายผิว
อาการผิวไหม้จากแดดสามารถเกิดขึ้นได้แม้ในฤดูหนาว แต่เนื่องจากไม่มีความร้อนแบบหน้าร้อน ผิวจึงไม่รู้สึกระคายเคืองในทันที เราจึงมักจะรู้ตัวเมื่อความเสียหายอยู่ในขั้นที่รุนแรงขึ้นแล้ว นอกจากนี้ ความหนาวเย็นยังทำให้เราไม่รู้สึกถึงผลกระทบของแดดบนผิว ถ้าหากรู้สึกคันที่หน้าหรือมือ เราก็มักจะคิดว่าเป็นเพราะอากาศหนาว
ผิวมีเม็ดสีน้อยลง
เนื่องจากไม่ได้มีโอกาสปรับตัวกับแดดอย่างค่อยเป็นค่อยไปเหมือนในหน้าร้อน ผิวของเราจึงมีเม็ดสีน้อยมากในหน้าหนาว ซึ่งหมายความว่าถ้าคุณมีสีผิว Phototype 1 หรือ 2 คุณแทบจะไม่มีเกราะป้องกันตามธรรมชาติเลย ผิวที่ไม่มีเม็ดสีจึงเสี่ยงต่อการถูกแดดเผาและผิวแก่ก่อนวัยอย่างมาก และไม่จำเป็นต้องออกไปข้างนอกเสมอไป แค่นั่งอยู่ใกล้หน้าต่างบานใหญ่ในสำนักงานสมัยใหม่ก็เพียงพอแล้ว เพราะกระจกสามารถป้องกันรังสี UVB ได้ทั้งหมด แต่ ไม่สามารถป้องกันรังสี UVA ได้ ซึ่งเป็นรังสีที่ทำลายคอลลาเจนและเร่งการเกิดริ้วรอย
การท่องเที่ยวบนภูเขาทำให้ผิวสัมผัสรังสีแดดมากขึ้น คนที่ไปเที่ยวภูเขารู้ดีว่าการพยายามอาบแดดโดยไม่ป้องกันผิวเป็นเรื่องที่เสี่ยงมาก ไม่แปลกใจเลยที่การอาบแดดบนลานสกีจะทำให้ผิวแทน (หรือไหม้) ได้เร็วกว่าริมทะเล เพราะยิ่งสูงขึ้น อากาศจะยิ่งเบาบางลงและพลังของรังสีแดดก็จะเพิ่มขึ้น โดยทุก ๆ 300 เมตรที่ระดับความสูงเพิ่มขึ้น ความเข้มของรังสียูวีจะเพิ่มขึ้นเกือบ 5% นั่นหมายความว่าที่ระดับความสูง 1,500 เมตร ความเข้มของรังสียูวีจะสูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 25% นอกจากนี้ อันตรายของรังสียูวียังเพิ่มขึ้นอีกในฤดูหนาวเนื่องจากหิมะและน้ำแข็งจะสะท้อนรังสี ทำให้ความเข้มของรังสียูวีเพิ่มขึ้นได้ถึง 90% ซึ่งเกิดขึ้นได้แม้ในวันที่อากาศมืดครึ้มหรือมีหมอก เนื่องจากรังสียูวีสามารถทะลุผ่านเมฆและหมอกได้ ในขณะที่เรากลับรู้สึกเฉย ๆ และประเมินอันตรายต่ำเกินไป
เคล็ดลับการป้องกันแดดในฤดูหนาว
แม้เราจะรู้จักกฎการป้องกันแดดในฤดูร้อนกันดี แต่พอถึงฤดูหนาวกลับละเลยไป ต่อไปนี้คือสิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำ
สิ่งที่ควรทำ
ทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้าน: เลือกค่า SPF ให้เหมาะกับผิว โดย Phototype 1–3 ใช้ SPF30 ขึ้นไป ส่วน Phototype 4–6 ใช้ SPF15 ก็เพียงพอ เลือกสูตร Broad-spectrum ที่ป้องกันทั้ง UVA และ UVB และทาอย่างน้อย 30 นาทีก่อนออกแดด พร้อมทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง หรือบ่อยขึ้นเมื่ออยู่กลางหิมะ
ปกป้องดวงตา: สวมแว่นกันแดดหรือแว่นสกีที่มีการป้องกัน UV
ปกป้องริมฝีปาก: ริมฝีปากบอบบางและแสดงสัญญาณแก่ก่อนวัยได้ง่าย ควรสครับริมฝีปากเล็กน้อยก่อนทาลิปบาล์มที่มีสารกันแดด
สวมหมวกหรือที่คลุมศีรษะ: เพื่อป้องกันศีรษะและใบหูจากการไหม้แดด รวมถึงช่วยป้องกันความหนาวเย็น
สิ่งที่ไม่ควรทำ
อย่าทาครีมกันแดดซ้อนหลายชั้น: หากมอยส์เจอไรเซอร์หรือรองพื้นมีสารกันแดดอยู่แล้ว การทาทับด้วยกันแดดอีกชั้นไม่ได้ช่วยเพิ่มการป้องกัน มีเพียงชั้นนอกสุดเท่านั้นที่กันรังสีได้จริง
อย่าใช้ผลิตภัณฑ์มากเกินไป: การใช้หลายชั้นเกินไปอาจทำให้ผิวอุดตันและเกิดปัญหาผิว เช่น การอักเสบ สิวหัวดำ และสิวอุดตัน
